|
1.
กรอกข้อมูลการใช้ไฟฟ้า ลงในตารางสีเหลือง
อัตรา TOD แบ่งการใช้ไฟฟ้าใน 1 วัน ออกเป็น 3 ช่วง คือ
ON PEAK (
P ) 18.30 - 21.30
PARTIAL PEAK ( PP
) 8.00 - 18.30
OFF PEAK ( OFF )
21.30 - 8.00
ข้อมูลที่ต้องใช้ในการวิเคราะห์ ก็คือ พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละช่วง Ep
, Epp , Eoff และความต้องการพลังไฟฟ้าแต่ละช่วง ในช่วง Peak และ Partial
Peak (Pp , Ppp) จำนวนวันในเดือนนั้น (29 ,30 หรือ31วัน) จำนวนวันที่ทำงานในเดือนนั้น
Tw และอัตราค่า Ft ข้อมูลส่วนใหญ่แสดงอยู่ในบิลค่าไฟฟ้า
2.
ดูผลการวิเคราะห์ในตารางสีฟ้า จุดแรกที่ดู ก็คือ ค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน
แพงหรือถูกอย่างไร ดูที่คอลัมน์ C/E จะบอกว่าแต่ละเดือนเสียค่าไฟฟ้ากี่บาทต่อหน่วยที่ใช้
ค่าไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับ
1. LF หรือ Load Factor มีค่าจาก 0 ถึง 1 เป็นตัวที่บอกว่ามีการใช้โหลดคงที่แค่ไหน
ถ้าโหลดมีค่าสูงๆ ต่ำๆ ค่า LF จะต่ำ ปัจจัยอีกตัวที่มีผลต่อ LF ก็คือ Run
Time ถ้าในหนึ่งเดือนวันทำงานน้อย (Tw) ค่า LF ก็จะต่ำ ค่า LF ยิ่งสูงก็ยิ่งดีค่าไฟจะต่ำ
เนื่องจากอัตรา TOD แบ่งเวลาในวันออกเป็นช่วงๆ ดังนั้นจึงมี LF ของแต่ละช่วง
(LFP,LFpp,LFoff ) แต่ LF ที่มีผลต่อค่าไฟฟ้า คือ LF ในช่วง Peak และ Partial
Peak
2. %E เป็นเปอร์เซ็นต์การใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละช่วง คือ Peak , Partial
และ OFF Peakเนื่องจากค่าไฟฟ้าในอัตรา TOD จะคิดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงมากในช่วง
Peak และลดลงมาในช่วง Partial Peak และไม่คิดเลยในช่วง OFF PEAK ดังนั้น
ถ้าสัดส่วนการใช้พลังงานในช่วง Peak สูง ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยก็จะแพงมาก ถ้าปรับปรุงตรงนี้จะเกิดผลประหยัดอย่างมาก
ถ้าเราสามารถย้ายการใช้พลังงานในช่วง PEAK ไปอยู่ช่วง PARTIAL PEAK และจาก
PARTIAL PEAK ไป OFF PEAK ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค่าไฟฟ้าก็จะลดลง
แต่การปรับปรุงในช่วง Peak จะได้ได้น้ำได้เนื้อมากกว่า ดังนั้นเป้าหมายก็คือ
ลด %Ep และ %Epp และเพิ่ม LFp และ LFpp โดยดูที่ช่วง Peak ก่อน แล้วค่อยขยับไปที่
Partial Peak
สิ่งที่เราจะดูได้จากตารางสีฟ้าก็คือ LFp , %Ep และ LFpp , %Epp ในแต่ละเดือนว่ามีค่าเท่าใด
จะปรับปรุงได้มากน้อยขนาดไหน
3.
ลองดูเป้าหมายค่าไฟในตารางสีเขียว
EXCELจะลองคิดดูว่า ถ้าวันทำงานยังเท่าเดิม Tw แต่ปรับปรุงการใช้งานให้สม่ำเสมอ
คงที่ตลอดเวลา LF ที่อุดมคติจะเป็นเท่าใด และถ้าเปอร์เซ็นต์การใช้พลังงานในช่วง
Peak และ Partial Peak เหมือนเดิม (%Ep , %Epp) ค่าไฟฟ้าจะลดลงเป็นเท่าใด
และประหยัดค่าใช้จ่ายได้เท่าใดสูงสุด ถ้าประมาณว่าในความเป็นจริงเราสามารถควบคุมโหลให้สม่ำเสมอได้เพียง
90% ก็ใส่ 90% ลงเหนือตาราง ค่า LF จะถูกชดเชยให้
หากเราสามารถย้ายการเดินเครื่องจักรจากช่วง
Peak ไป Partial Peak และไปยัง OFF Peak ตามลำดับ ได้เท่าใด ก็สามารถใส่
%Ep และ %Epp ที่ปรับปรุงลงไปได้ (ในขั้นเเรกอาจจะใช้ค่าเฉลี่ยของ %Ep และ
%Epp ทั้งปีมาวิเคราะห์หาเป้าหมายก็ได้) EXCEL ก็จะคิดค่าไฟฟ้าต่อหน่วยใหม่ออกมาให้
4.
ถ้าเราควบคุม Peak ค่าไฟฟ้าจะเป็นอย่างไรในตารางสีม่วง
ถ้าเราควบคุมค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดไว้ที่ค่าใดค่าหนึ่ง (Pp , Ppp)
อาจจะทำโดย Demand Controller หรือทำแผนการเดินเครื่องจักรก็ได้ EXCELจะคิดให้ว่าค่าไฟฟ้าต่อหน่วยจะเป็นเท่าใด
และมีการประหยัดค่าใช้จ่ายลงเท่าใด การปรับปรุงอาจจะเป็นลักษณะทำไปแต่งไป
ดูผลไป โดยจัดการเดินเครื่องจักรแต่ละช่วง ย้ายไปเดินในช่วงOFF Peak และ
Partial Peak ให้มากที่สุดตามลำดับ แล้วดูค่าสัดส่วนการใช้พลังงานในแต่ละช่วงในบิลค่าไฟฟ้าเดือนถัดๆ
ไป ซึ่งเป็นค่าที่ดีที่สุด จากนั้นก็ปรับปรุงค่า LF ให้สูงขึ้น ทั้งช่วง
Peak และ Partial Peak โดยการควบคุมค่าสูงสุด และเพิ่มชั่วโมงการเดินให้ต่อเนื่องตลอดช่วงให้มากที่สุด
5.
การปรับปรุง
แน่นอนครับการวิเคราะห์และทำนายบนหน้ากระดาษ ไม่ทำให้ค่าไฟลดลงได้ เราต้องสำรวจโหลดการทำงานของเครื่องจักรหลักๆ
แต่ละตัว ทั้งกิโลวัตต์ และเวลาที่หยุดเดิน จากนั้นก็วางแผนปรับปรุงย้ายเวลาเดิน
ปรับปรุงระบบควบคุม จากนั้นดูว่า ค่าไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงอย่างไร ตัวแปรต่างๆ
ที่EXCELวิเคราะห์ออกมา เปลี่ยนแปลงอย่างไร จะปรับปรุงตัวแปรตัวไหนได้อีกบ้าง
|