วิธีการสำรวจศึกษาและรวบรวมข้อมูล
สำหรับวิธีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่างๆ
ที่เกี่ยวข้อง ที่ปรึกษาจะดำเนินการตามขอบเขตการทำงานที่กำหนดไว้ โดยเริ่มจากการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานตาม พ.ร.บ. เพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
พ.ศ.2535 เพื่อขอความร่วมมือในการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ดังรายละเอียดต่อไปดังนี้
1
การรวบรวมแนวทาง และวิธีการคิดค่าใช้จ่ายของงานที่ปรึกษาลักษณะต่างๆ
ที่ปรึกษาจะดำเนินการศึกษารวบรวมวิธีการคิดค่าใช้จ่ายของงานที่ปรึกษาใกล้เคียงกันที่กำลังปฏิบัติอยู่ทั้งในและต่างประเทศ
ดังนี้
. การคิดค่าใช้จ่ายของที่ปรึกษาด้านพลังงานในต่างประเทศ เช่น Energy
Service Company (ESCO) หรือ Energy Performance Contract (EPC) ของประเทศสหรัฐอเมริกา
และ ประเทศอื่น ๆ มาเป็นข้อมูลเปรียบเทียบประกอบในการพิจารณา
. การคิดค่าใช้จ่ายของที่ปรึกษาประเภทอื่น ๆ ในประเทศที่ใกล้เคียงกัน
ได้แก่
- วิธีการคิดค่าที่ปรึกษาในงานออกแบบก่อสร้าง
- วิธีการคิดค่าที่ปรึกษาในงานคุมงานก่อสร้าง
- วิธีการคิดค่าที่ปรึกษาในงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
- วิธีการคิดค่าที่ปรึกษาในงานศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ
- แนวทางในการคิดค่าใช้จ่ายงานวิศวกรรม
ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
- ฯลฯ
ประเด็นที่จะศึกษา ได้แก่ วิธีการประเมินค่าใช้จ่าย
ข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละวิธีการ และวิเคราะห์ความเหมาะสมในการนำมาประยุกต์กับงานตรวจสอบ
และวิเคราะห์การใช้พลังงาน
2 การศึกษาและวิเคราะห์
ขอบเขต และขั้นตอนการดำเนินการตรวจสอบ และวิเคราะห์การใช้ พลังงาน
เนื่องจากวิธีการ หรือหลักเกณฑ์การตรวจสอบ
และวิเคราะห์การใช้พลังงานที่ปฏิบัติกันอยู่ มีทั้งที่ระบุเป็นข้อบังคับ
หรือประกาศเป็นลายลักษณ์อักษร และบางส่วนที่เป็นวิธีการปฏิบัติที่ยอมรับกันทั่วไปไม่เป็นเอกสาร
และมีบางส่วนที่กำหนดไว้กว้างๆ ขึ้นกับวินิจฉัยของผู้นำไปใช้ก็มี ดังนั้นที่ปรึกษาจาจึงจะทำการรวบรวมข้อมูล
จาก
- กฎหมาย ประกาศ ระเบียบ ตลอดจนบันทึกการประชุมที่เกี่ยวข้อง
- การสอบถามแนวปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของจากกรมพัฒนาและส่งเสริม
พลังงาน
- หลักเกณฑ์ที่ที่ปรึกษาตรวจสอบ
แต่ละรายใช้อยู่
- การประสานงานกับที่ปรึกษาอื่น
ที่กำลังศึกษาปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ของกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานอยู่
การศึกษาวิเคราะห์หลังจากได้ข้อมูลข้างต้นแล้ว
ใช้การประชุมระดมความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ และผู้ปฏิบัติงาน โดยทำการพิจารณาว่าแต่ละระบบ
หรืออุปกรณ์ ต้องมีการตรวจสอบ และวิเคราะห์อย่างไรจึงถือได้ว่าครบถ้วน
และวิธีการคิดค่าใช้จ่าย ให้พิจารณาว่ารายการใดบ้างที่ข้อกำหนดไม่ชัดเจน
มีการปฏิบัติที่แตกต่างกัน มีรายการใดบ้างที่การคิดค่าใช้จ่ายไม่สอดคล้องกับ
เนื้องาน รายการใดที่การคิดค่าใช้จ่ายไม่เกิดประโยชน์ต่อการอนุรักษ์พลังงาน
เป็นต้น ผลสรุปที่ได้จะนำเสนอในรูปผัง (Flow chart) และตารางเพื่อให้ดูได้ง่าย
3
การสำรวจ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการคิดค่าใช้จ่าย
ที่ปรึกษามีวิธีการในการสำรวจ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลในประเด็นต่างๆ
ดังนี้
ก. ความเหมาะสมของค่าใช้จ่าย
และปริมาณงานที่ได้ดำเนินการ ตามหลักเกณฑ์การตรวจสอบฯ
การศึกษาดำเนินการโดยคัดเลือก
อาคารควบคุมราชการและอาคารควบคุมเอกชน จำนวน 15 แห่ง และโรงงานควบคุม
จำนวน 15 แห่ง โดยเป็นอาคาร/โรงงานควบคุม ที่ได้จัดทำรายงานแล้ว รวม
30 แห่ง หรือจำนวนตามที่คณะกรรมการกำหนด มาแบ่งศึกษาตาม ขนาดเล็ก กลาง
ใหญ่ ขนาดละ 5 ตัวอย่าง และตรวจสอบปริมาณเนื้องาน การตรวจสอบ และวิเคราะห์
จากรายงาน และข้อมูลจำนวนเจ้าหน้าที่ ระยะเวลาปฏิบัติงาน จากที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน(RC)
รายนั้นๆ และอาคาร/โรงงาน แล้วประเมินราคาที่เหมาะสมจากต้นทุนของที่ปรึกษา
เปรียบเทียบกับราคากลางที่ได้จากเกณฑ์การคิดราคากลาง และราคาที่ได้ว่าจ้างกันจริง
ทำการศึกษาในลักษณะเดียวกัน
ทั้งรายงานการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น และโดยละเอียด
ตัวบ่งชี้ความเหมาะสมที่ใช้ คือ ความแตกต่างของค่าใช้จ่ายข้างต้น
ข. ความเหมาะสมของผลประหยัดที่นำเสนอ
และค่าใช้จ่ายที่ที่ปรึกษา RC คิดกับ อาคาร/โรงงาน ควบคุม
การศึกษาดำเนินการโดยคัดเลือกอาคารควบคุมเอกชนและอาคารควบคุมราชการ
จำนวน 15 แห่ง และโรงงานควบคุม จำนวน 15 แห่ง ที่ได้จัดทำรายงานการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียดแล้ว
แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพและปริมณฑล รวม 20 แห่ง และในต่างจังหวัด รวม
10 แห่ง หรือจำนวนตามที่คณะกรรมการกำหนด ให้กลุ่มตัวอย่าง มีทั้งขนาดเล็ก
และขนาดใหญ่ ครอบคลุมที่ปรึกษา (RC) มากราย ทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลประหยัดสุทธิ
ที่เจ้าของอาคาร และโรงงานจะได้รับถ้าดำเนินการปรับปรุง กับราคาค่าจ้างจริง
ซึ่งได้จากการสอบถาม อาคาร/โรงงาน พิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลผลประหยัดจากรายงานการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้
พลังงานโดยละเอียด และจากเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงานด้วย ถ้าอาคาร/โรงงานเหล่านั้น
ได้จัดทำแล้ว กับค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ที่อาคาร/โรงงาน ต้องเสียทั้งหมด
ตัวบ่งชี้ความเหมาะสมก็ คือ สัดส่วนของค่าใช้จ่ายเทียบกับผลประหยัดสุทธิ
เปรียบเทียบกับสัดส่วนที่เหมาะสมในการลงทุน
ค. การสำรวจความพอใจ อาคาร/โรงงานควบคุม
และความต้องการในการให้บริการของที่ปรึกษา
การสำรวจรวบรวมข้อมูลทั้งในด้านกว้าง
และด้านลึก ด้านกว้างจะใช้การส่งแบบสอบถามไปยังอาคาร และโรงงานที่ได้จัดส่งรายงานแล้ว
จำนวนประเภทละ 200 แห่ง อาคารควบคุมแยกเป็น อาคารราชการ และอาคารเอกชน
ด้านลึกจะใช้การเข้าพบร่วมกับการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ อาคารจำนวน 15
แห่ง และโรงงาน 15 แห่ง ข้อมูลที่สอบถามจะได้แก่ค่าใช้จ่ายของ อาคาร/โรงงาน
และการประเมินผลด้านต่างๆ ของที่ปรึกษา (RC) และค่าใช้จ่ายที่ อาคาร/โรงงาน
คิดว่าควรจะเป็นความต้องการในการให้บริการของที่ปรึกษา ประโยชน์ที่
อาคาร/โรงงาน ได้รับจากรายงาน และสิ่งที่ อาคาร/โรงงาน ดำเนินการต่อหลังจากได้รับรายงาน
และการมีส่วนร่วมของ อาคาร/โรงงาน ในการจัดทำรายงาน
4
การจัดทำแนวทางในการคิดค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานและแนวทาง
ในการสนับสนุนขึ้นใหม่
หลังจากที่ได้ผลการศึกษาในข้อที่
1 (วิธีการคิดค่าใช้จ่ายแต่ละแบบ) และข้อที่ 2 (เนื้องานการตรวจวัดและวิเคราะห์การใช้พลังงาน)
คณะทำงานจะได้ประชุมระดมความคิด และจัดทำ แนวทางในการคิดค่าใช้จ่ายและการสนับสนุนขึ้น
2-3 แนวทาง ซึ่งแต่ละแนวทางต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์หลัก คือ ค่าใช้จ่ายต้องสัมพันธ์กับผลงาน
การคิดค่าใช้จ่ายง่าย ตรวจสอบง่าย และแนวทางการสนับสนุนต้องจูงใจให้เจ้าของดำเนินการ
พร้อมทั้งข้อดี ข้อเสียของแต่ละแนวทาง ให้คณะกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์
ร่วมกันพิจารณา จากนั้นจะนำแนวทางที่สรุปได้มาทำการศึกษารายละเอียด
เพื่อให้ได้ตัวเลขราคาต่างๆ โดยใช้ข้อมูลราคา และข้อมูลเนื้องาน ในข้อที่
3 เป็นฐาน
ในการที่ปรึกษาจะนำเสนอหลักเกณฑ์ในการจัดทำราคากลาง
พร้อมโปรแกรมคำนวณ ซึ่งจะได้แสดงที่มาและที่มาของปริมาณเนื้องาน และค่าใช้จ่ายที่ใช้ประเมินอย่างเป็นระบบ
ทำให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน สามารถปรับโครงสร้างค่าราคากลางได้เอง
เมื่อราคาต้นทุนต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง โดยเพียงเปลี่ยนค่าตัวแปรป้อนนี่ก็คือการจัดทำระบบการคิดค่าใช้จ่าย
ไม่ใช่การจัดทำราคากลางค่าใช้จ่ายเพียงครั้งเดียวแล้วไม่สามารถปรับปรุงได้
เมื่อได้รูปแบบของการคิดค่าใช้จ่าย
และเงินสนับสนุนแล้ว ก็เป็นขั้นตอนของการทดลองนำไปใช้ เพื่อให้ทราบจุดบกพร่องต่างๆ
โดยนำหลักเกณฑ์นี้ไปใช้กับ อาคารควบคุมราชการ อาคารควบคุมเอกชน และโรงงานควบคุม
ที่ได้คัดเลือกมาในข้อ 3.1 (ประเภทละ 15 แห่ง)เปรียบเทียบราคาที่ได้จากวิธีใหม่
กับวิธีที่ใช้ปัจจุบัน แล้วในข้อ 3.1 สอบถามความคิดเห็นของเจ้าของอาคาร/โรงงาน
และที่ปรึกษาของโรงงานเหล่านั้นทุกแห่งโรง และนำผลที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์เพื่อกรั่น
กรองอีกครั้ง
จากนั้นก็จะจัดทำโปรแกรมคำนวณราคากลางและเงินสนับสนุน
โดยให้คำนวณได้ง่าย อาคาร/โรงงานควรจะคิดค่าใช้จ่ายได้เอง พร้อมกับทำคู่มือการคิดราคากลางและเงินสนับสนุน
พร้อมเผยแพร่โปรแกรมผ่านระบบอินเตอร์เนต
5 การกำหนดกลยุทธ์และวิธีการในการปรับปรุงเกณฑ์การสนับสนุน
ที่ปรึกษาจะทำการศึกษากลยุทธ์และวิธีการในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการให้การสนับสนุนอย่างเป็นระบบ
โดยเริ่มจากการกำหนดโจทย์ หรือเป้าหมายที่ชัดเจนว่า
1. อาคาร/โรงงานจะต้องมีส่วนในการดำเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง
2. ต้องส่งเสริมให้กลไกการอนุรักษ์พลังงานเดินได้ด้วยตนเอง
3. วิธีปฏิบัติต้องโปร่งใสตรวจสอบได้
4. การดำเนินการต้องง่ายและรวดเร็ว
หัวใจที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น
ก็คือ เจ้าของอาคารและโรงงานต้อง มั่นใจว่า การดำเนินการตามกฎหมายจะเกิดประโยชน์กับตนเอง
คุ้มค่าที่จะดำเนินการแม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองบางส่วนหรือทั้งหมดก็ตาม
และซึ่งต้องเป็นเช่นนั้นจริงๆ การที่ให้ผู้ประกอบการมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
โดยไม่มีประโยชน์ ผู้ประกอบการจะหลีกเลี่ยง หรือ ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้นไม่สนใจคุณภาพงานเช่นที่เป็นอยู่
ดังนั้นกลยุทธ์ต้องประกอบด้วย ทั้งการปรับปรุงเกณฑ์การสนับสนุนและราคากลางให้สะท้อนผลประหยัดและการสร้างสภาพสิ่งแวดล้อม
ดังกล่าวให้เห็นจริงได้
การศึกษาจะใช้ผังก้างปลา Cause-Effect
Diagram เพื่อกำหนดปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่างๆกติกาการให้การสนับสนุนต้องชัดเจน
การพิจารณาอนุมัติมีมาตรฐานที่แน่นอน เพื่อให้ ผู้ประกอบการมั่นใจ
เจ้าของเงินและสาธารณะมั่นใจว่าการให้การสนับสนุนเกิดประโยชน์และ คุ้มค่า
ควรสนับสนุนโครงการ
ในประเด็นของความรวดเร็วและความง่ายต่อการใช้งาน
ที่ปรึกษาจะได้กำหนดระยะเวลาปกติที่ควรจะเป็นของแต่ละขั้นตอน และออกแบบขั้นตอนให้ได้ตามเป้าหมายนั้น
การกำหนดกลยุทธ์จะใช้วิธีประชุมระดมความคิดของผู้เชี่ยวชาญ
โดยพิจารณารูปแบบของคำตอบที่เป็นไปได้ และแต่ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
พิจารณาข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบด้านต่างๆ ของแต่ละทางเลือก และนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมที่สุดต่อคณะกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์
6 การปรับปรุงรายละเอียดและหลักเกณฑ์การตรวจสอบและวิเคราะห์ และการจัดทำแผนและเป้าหมาย
การดำเนินการส่วนนี้จะต่อเนื่องจากหัวข้อที่
2 ซึ่งเป็นการศึกษาขอบเขตและขั้นตอนการตรวจสอบและวิเคราะห์ในปัจจุบัน
การศึกษาจะใช้การประชุมระดมความคิดจากผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้อง
โดยพิจารณาเป็นรายอุปกรณ์หรือระบบว่าควรตรวจสอบวิเคราะห์อย่างไร ประโยชน์ที่จะได้รับ
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และค่าใช้จ่ายที่ประเมินให้และความเหมาะสมในการตรวจสอบและวิเคราะห์
ในรายการที่ไม่เกิดประโยชน์ชัดเจน
และไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายหรือผลประหยัดก็จะปรับลด ข้อกำหนดลง หลังจากนั้นจะได้จะได้จัดทำสรุปในรูปตารางประกอบด้วยวิธีการตรวจสอบและวิเคราะห์ของแต่ละระบบ
หรืออุปกรณ์ หลักการและเหตุผลและค่าใช้จ่ายที่ประเมินให้ ทั้งนี้เพื่อเป็นเอกสารอ้างอิงต่อไป
เมื่อมีการนำเกณฑ์นี้ไปใช้งาน ว่ามีเหตุผลในการกำหนดอย่างไร จะเกิดประโยชน์อย่างไร
เมื่อข้อเสนอได้ผ่านการพิจารณาอย่างดีแล้ว
ที่ปรึกษาจะได้นำข้อสรุปออกขอความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ได้แก่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
ที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่ปรึกษาตรวจสอบ นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง
รวมกันไม่น้อยกว่า 50 ราย โดยใช้การเวียนจดหมาย เนื่องจาก หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงาน
ค่อนข้างเป็นรายละเอียดทางเทคนิค จึงของความเห็นเฉพาะผู้ที่รู้เรื่องนั้นๆ
และเกี่ยวข้องเท่านั้น เมื่อได้ข้อคิดเห็นแล้ว ก็จะนำมาประชุมพิจารณาทีละประเด็น
แล้วปรับปรุงหลักเกณฑ์ก่อนที่จะนำมารับฟังความคิดเห็นจากประชุมวงกว้างในการสัมมนาอีกครั้ง
7 การจัดประชุมสัมมนา
ที่ปรึกษาจะจัดสัมมนาโดยเชิญผู้เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
- ตัวแทนจากกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
ไม่น้อยกว่า 10 คน เวียนจดหมาย เนื่องจากหลักการการตรวจสอบและวิเคราะห์
ค่อนข้างเป็นรายละเอียดทางเทคนิค จึงจะสอบถามเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องและรู้เรื่องนั้นๆ
เมื่อได้ข้อคิดเห็นแล้วก็จะนำมาเข้าที่ประชุมพิจารณาทีละประเด็น และ
ปรับปรุงหลักเกณฑ์ ก่อนที่จะนำมารับฟังความคิดเห็นประชุมวงกว้างในการสัมมนาอีกครั้งหนึ่ง
- ที่ปรึกษาตรวจสอบ ( AC
) ไม่น้อยกว่า 10 คน
- ที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน
( RC ) ไม่น้อยกว่า 30 คน
- ตัวแทนจากอาคารควบคุม
ไม่น้อยกว่า 10 คน
- ตัวแทนจากโรงงานควบคุม
ไม่น้อยกว่า 10 คน
- นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง
ไม่น้อยกว่า 10 คน
เนื้อหาของการสัมมนาจะเป็นการเผยแพร่รายละเอียดของผลการศึกษา ดังนี้
- ประเด็นปัญหาของการคิดค่าใช้จ่ายการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานปัจจุบัน
- ผลการสำรวจข้อมูลการดำเนินงานเกี่ยวกับการคิดค่าใช้จ่ายของที่ปรึกษา
- แนวทางการคิดค่าใช้จ่ายที่นำเสนอ
- การเปรียบเทียบหลักเกณฑ์การตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานปัจจุบันและที่นำเสนอใหม่
- ประเด็นอื่น ๆ
** ผู้เข้าร่วมจะได้รับเอกสารเพื่อศึกษาก่อนอย่างน้อย
1 สัปดาห์ ในการประชุมจะได้รับฟังความเห็นผู้เข้า
ประชุมด้วย พร้อมทั้งนำมาพิจารณา และจัดทำสรุปส่งให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
|